Home > Company Wrap-up > NVIDIA and The AI Story

NVIDIA and The AI Story

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วถือว่าเป็น big week ของ NVIDIA เริ่มต้นจากการรายงานงบไตรมาสแรกของปีที่ดี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ รวมถึงการได้รับการตอบรับที่ดีในงาน GPU Technology Conference (ที่ NVIDIA เองเป็นผู้จัด) และท้ายสุดเป็น Investor Day presentation ที่เต็มไปด้วย vision, mission และ execution strategy ที่จะทำให้บริษัทเติบโตได้อีกในระยะยาว

NVIDIA สร้างรายได้หลักจากการขาย GPU (Graphic Processor Unit) ที่ใช้ในการเล่นเกมส์บนคอมพิวเตอร์ ที่ผ่านมารายได้ส่วนนี้คิดเป็นมากกว่า 60% ของรายได้รวม ในส่วนที่เหลืออีก 40% มาจาก Professional Visualision, Datacenter, Automotive และ OEM&IP ในอนาคตรายได้ในส่วน Datacenter และ Automotive มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วมากจากวิวัฒนาการของ AI ที่ถูกนำมาใช้งานมากขึ้นในหลายๆอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ การเงิน การขนส่ง เป็นต้น

AI (Artificial Intelligence) เป็นศัพท์ที่คุ้นหูมานาน แต่เพิ่งจะมีการ breakthrough ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจากการเขียนคอมพิวเตอร์โปรแกรมแบบใหม่ที่เรียกว่า deep learning หรือ machine learning นั่นคือการเขียน software เพื่อให้สามารถเรียนรู้และสามารถเขียน software ขึ้นมาได้เอง Deep learning ต้องการจำนวนข้อมูลมหาศาลเพื่อการเรียนรู้ และต้องการพลังการประมวลผลที่มากแต่ประหยัดไฟ จึงเป็นที่มาของการใช้ GPU accelerator ควบคู่กับ CPU เพื่อเร่งความเร็วในการประมวลผล เทคโนโลยีที่ใช้ AI ในปัจจุบัน อาทิเช่น face recognition, object recognition, language translation และ speech recognition ที่ใช้ใน Siri (Apple), Alexa (Amazon) และ Google Assistant

NVIDIA นอกจากจะทำการวิจัยและพัฒนา GPU ให้มีความเร็วมากขึ้นแล้ว ยังสร้าง platform อย่าง CUDA ที่เป็น open source ให้คนอื่นเอาไปพัฒนาต่อได้ มี application ที่ใช้ในการ train deep learning neural network ทำให้เกิด ecosystem ขึ้นในการใช้งาน

ในส่วนของ Datacenter นั้น บริษัทคาดว่าตลาดนี้มี opportunity สูงถึง $30 billion (รายได้ปีที่แล้วทำได้ $830 million ในขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้ทำได้ $409 million – นั่นคือโตเร็วมากๆ) ซึ่งของจะมาจากส่วน HPC (High Performance Computing), Deep Learning Training และ Deep Learning Inferencing ผลิตภัณฑ์หลักๆในธุรกิจส่วนนี้คือ GPU ที่ใช้ในการเร่งความเร็วการประมวลผลใน server บน datacenter และ Supercomputer in the box อย่าง DGX-1

ในส่วนของ Autonomous Car นั้น รายได้ปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 52% มาเป็น $487 million โดยรายได้หลักๆมาจาก infotainment module พัฒนาการและกลยุทธ์ด้านนี้ของ NVIDIA ดูค่อนข้างจะชัดเจนมาก กล่าวคือ การ position ตัวเองให้เป็นผู้ผลิตหน่วยประมวลผลบนรถยนต์ (ชื่อ Drive PX) ที่จะเป็น standard ใน autonomous car (เหมือน Intel chip ในโลกแห่ง PC) Drive PX platform ที่ NVIDIA สร้างจะรวมไปถึง การขับรถโดยใช้ระบบ AI (deep learning ในการสอนขับรถ), HD Map และ scalability จาก autonomous level 2/3 ไปถึง 4/5 ที่สำคัญ NVIDIA เลือกที่จะให้ Drive PX เป็น open source platform ซึ่งจะทำให้ได้รับความนิยมในอนาคตได้ง่ายขึ้น

ล่าสุด การได้ Toyota มาเป็น partner บ่งบอกถึงศักยภาพของ autonomous car technology ที่บริษัทมี ภายในปี 2025 บริษัทมองว่าตลาดนี้จะมีมูลค่าราวๆ $8 billion 

กล่าวโดยสรุป ผมคิดว่า NVIDIA really has a long runway of growth

Advertisements
Categories: Company Wrap-up
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: